top of page
  • รูปภาพนักเขียนPanat neramittagaphong

Positive Deviance (PD): หลักการและแนวคิด


บทความโดย:

ปณัฐ เนรมิตตกพงศ์ (อ.แบงค์) Founder of Appreciative systems pcpanat@gmail.com



บทความที่แล้วได้พูดถึงภาพรวมให้ทุกท่านได้ทราบว่า Positive Deviance คืออะไรและมีลักษณะเป็นอย่างไร ในบทความนี้จะมาขยายความต่อว่าแล้ว Positive Deviance มีแนวคิด หลักการและกระบวนการอย่างไรบ้าง เพื่อที่ทุกท่านจะสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานได้


Positive Deviance หมายถึง บุคคลหรือกลุ่มคนในองค์กรหรือชุมชนที่มีพฤติกรรมไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง และก็ไม่ได้รับปัญหาเหมือนชาวบ้านชาวช่อง


พื้นฐานของ Positive Deviance คือการเชื่อว่าในทุกชุมชนหรือองค์กรจะมีบุคคลหรือกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมและการปฏิบัติแตกต่างคนทั่วไป ซึ่งพฤติกรรมและการปฏิบัติที่แตกต่างออกไปทำให้คนเหล่านั้น มีแนวทางการแก้ปัญหาที่ดีกว่าคนอื่นๆซึ่งประสบปัญหาแบบเดียวกัน


ตัวอย่างเช่น ในการรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง น้องใหม่ทุกคนจะถูกรุ่นพี่ร้องขอแกมบังคับให้ดื่มสุรา โดยอ้างว่าเพื่อให้เกิดความรักความสามัคคีกัน สถานการณ์ในตอนนั้นเป็นสถานการณ์ที่บีบบังคับจิตใจ เนื่องจากมีรุ่นพี่ยื่นแก้วสุราให้ ในขณะที่รุ่นพี่คนอื่นๆต่างก็ส่งเสียงเชียร์ว่ากินเลยๆ และยิ่งบีบบังคับจิตใจมากขึ้นเมื่อเพื่อนในรุ่นที่อยู่หัวแถวต่างก็รับแก้วที่มีสุรานั้นมาดื่ม ในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงลำบากเช่นนี้ ก็มีบางคนที่สามารถกลับออกมาโดยที่ไม่ต้องดื่มสุราได้


จากการเข้าไปสอบถาม นักศึกษาท่านนั้น (ถือเป็น Positive Deviance) ได้ความว่าตนเองเป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์มาแต่ไหนแต่ไร ทีแรกก็ปฏิเสธรุ่นพี่ไปตรงๆ แต่รุ่นพี่ไม่ยอม จะให้ดื่มให้ได้ ตนเองไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลยบอกรุ่นพี่ไปว่า ตอนนี้ยังดื่มไม่ได้เนื่องจากไปบนเจ้าพ่อมอ(สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย)ไว้ว่า ถ้าหากสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จะไม่ดื่มสุราตลอด 4 ปีที่เรียน ปรากฏว่าเจ้าพ่อศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะคะแนนของตนน้อยจริงๆ ไม่ทราบเหมือนกันว่าสอบเข้ามาได้อย่างไร ตนเชื่อสนิทใจเลยว่าเป็นเพราะบารมีของเจ้าพ่อที่ช่วย ตนก็อยากดื่มเพื่อแสดงความรักสถาบัน แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเนื่องจากไปบนเจ้าพ่อไว้แล้ว เคยได้ยินว่าคนที่บนแล้วผิดคำพูดมีอันเป็นไปทุกคน พูดไปเท่านี้ปรากฎว่ารุ่นพี่ข้ามไปเลย และก็ไม่เคยมาบังคับให้ตนดื่มสุราอีกเลย


ในสังคมเดียวกัน ที่มีปัญหาเดียวกัน และข้อจำกัดเดียวกัน จะมีคนแปลกๆที่มี Solution ให้กับปัญหาเหล่านั้นเสมอ คนเหล่านี้คือ Positive Deviance ที่เราควรไปศึกษาและถอดบทเรียนเพื่อนำมาปรับใช้ (หลักจากนั้นเทคนิคของนักศึกษาท่านนี้ได้ถูกนำมาถ่ายทอดให้กับรุ่นน้องคนอื่นที่ไม่ต้องการดื่มสุรา โดยใช้การอ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็รอดหมด)



หลักการของ Positive Deviance มาจากสมมุติฐานที่ว่าในชุมชนหรือองค์กร มีทรัพยากรหรือองค์ความรู้ในการแก้ปัญหาเสมอ กระบวนการของ Positive Deviance จะไปช่วยให้ชุมชนหรือองค์กรได้พบ และขยายสิ่งนั้นออกมาเพื่อแบ่งปันให้กับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติ พฤติกรรม ผลลัพธ์ที่ต้องการหรือแม้แต่กลยุทธ์ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสังคม


อย่างไรก็ตาม Positive Deviance ไม่ใช่วิธีที่สามารถใช้ได้กับทุกพื้นที่ โดยข้อจำกัดของ Positive Deviance คือปัญหาที่ต้องการทางออกนั้นไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิค เช่น ปัญหาการดื้อยา เป็นต้น แต่ Positive Deviance จะเหมาะกับปัญหาที่มีความสลับซับซ้อนของระบบสังคมสูง เป็นปัญหาที่วิธีการแก้ปัญหาแบบปกติไม่สามารถแก้ได้ ต้องแก้ไขด้วยการเปลี่ยนแปลงระบบสังคมหรือพฤติกรรมทางสังคม โดยเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ Positive Deviance ประสบความสำเร็จนั่นคือ การได้รับการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากคนในสังคมนั้นในการแก้ปัญหา


เงื่อนไขเบื้องต้นในการทำ Positive Deviance


  1. คนในชุมชนหรือองค์กร ต้องเป็นเจ้าของการแก้ปัญหา หมายความว่า คนในชุมชนหรือองค์กรจะต้องรู้สึกและเข้าใจร่วมกันว่าสิ่งนี้คือปัญหาที่ชุมชนหรือองค์กรกำลังประสบ เป็นหน้าที่ของคนชุมชนหรือองค์กรที่จะร่วมแก้ปัญหานั้น Positive Deviance จะเกิดไม่ได้ถ้าลักษณะการทำเป็นการออกคำสั่งหรือออกนโยบายให้ปฏิบัติ

  2. คนในชุมชนหรือองค์กร เป็นผู้ค้นหาพฤติกรรมที่ไม่ปกติ มีคำกล่าวว่า “ไม่มีใครรู้จักทางออก ดีเท่ากับคนที่กำลังเจอปัญหา” เราต้องให้คนในชุมชนหรือองค์กรเป็นผู้ค้นหาและระบุตัวบุคคลที่เป็น Positive Deviance ภายในองค์กรหรือชุมชนของตัวเอง

  3. คนในชุมชนหรือองค์กร เป็นผู้สะท้อนความคิด ปรับ ประยุกต์ใช้และออกแบบแนวทางการปฏิบัติต่างๆ

  4. Positive Deviance ให้ความสำคัญกับ “การปฏิบัติ” มากกว่า “ความรู้” เราสนใจว่าคนที่เป็น Positive Deviance นั้นเขา “ทำอย่างไร” แต่จะไม่ค้นหาลงลึกไปว่า “ทำไปทำไม”

  5. Positive Deviance ต้องให้ทุกภาคส่วนในชุมชมหรือองค์กรมีส่วนร่วม ดังนั้น การเปิดใจรับความแตกต่างเป็นสิ่งสำคัญ


ประการสุดท้าย ในการทำ Positive Deviance จะต้องคำนึงถึงประโยคนี้เสมอ


“Don’t do anything about me without me” “ถ้าจะทำสิ่งใดที่มีผลกระทบต่อบุคคลอื่น ขอให้เขาได้มีส่วนร่วมกับการกระทำนั้นด้วย”

ทั้งหมดนี้คือหลักการและแนวคิดของ Positive Deviance ครับ

ดู 486 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page